1.
 
  ถึง..เพื่อนรัก
 
 
        ท้องฟ้าค่ำคืนนี้มองไม่เห็นดวงดาว เมฆหม่นบดบังแสงสว่างแห่งความหวังไปหมด .. ฉัน อายุ 37 มาแล้วหลายเดือน  เริ่มรู้สึกถึงตัวเองกำลังแก่ตัวลงไปเรื่อยๆ แม้ฉันจะบอกกับตัวเองว่า ฉันยังหนุ่มทั้งความคิดและจิตใจ แต่ความจริงได้(ตอก)ย้ำ เตือนให้ฉันยังระลึกถึงมันเสมอ 
 
   ความจริง ที่ว่า นักจิตวิทยาคนหนึ่งได้บอกว่า "ผู้ชายอายุ 35 หากเขาไม่มีอะไร เขาจะไม่มีอะไร(อีกแล้ว)ตลอดไป"
 
    37 ปี มันทำให้ฉันคิดถึง วินเซ็นต์ ฉันอยากจะเรียกเขาด้วยชื่อนี้ มากกว่าจะเรียกว่า ฟานก๊อกส์, แวนโกก์ หรือที่เราคุ้นหูกันว่า แวนโก๊ะ
 
   จะชื่อไหนก็ตาม ก็เป็นคนเดียวกันกับชายผู้มีชื่อว่า "Vincent" ในเพลงของ ดอน แมคคลีน 
 
     วินเซ็นต์ ผู้ช่างฝัน แม้จะสมหวังในฝันเพียงน้อยนิดก็ตาม
 
 
     ใช่ เพื่อนรัก วินเซ็นต์ คนเดียวกันที่ชอบวาดรูปดอกไม้ วิวทิวทัศน์ และดวงดาราในคืนฝันอันสุกสว่าง แต่ตัวเองกลับมองไม่เห็นความสุกใสกระจ่างแจ้ง ใช้เพียงจินตนาที่จ่อมจมตัวเองในบ้านสีเหลืองหลังนั้น
 
     ก่อนหน้านั้น ฉันไม่รู้ว่า วินเซ็นต์ จินตนาการถึงสิ่งใดเวลามองฟ้ายามค่ำคืน นอกจากความทุกข์ยากที่ติดตัวเขาอยู่ร่ำไป ถึงได้ป้ายแปรงแห่งสีสันได้วิจิตรขนาดนั้น แต่คงไม่ได้นึกถึง "เทพเทวา"
 
     แม้ศิลปินชั้นสูงทั้งหลายในยุคโน้นมิใช่น้อย จะโด่งดังด้วยการวาดภาพเกี่ยวกับศาสนา เทพเทวา นางฟ้า แต่คงไม่ใช่วินเซ็นต์ เพราะเขาประทับใจกับคำพูดของ คูร์เบท์ ที่ว่า 
 
 
    ''peindre des anges, qui est-ce qui a vu des anges?" (เขียนรูปเทวดาน่ะหรือ แล้วใครเล่าเคยเห็นเทวดา)
 
     เช่นนี้เอง วินเซ็นต์ จึงไม่เขียนอะไรที่ฟุ้งฝันไกลเกิน นอกจากความจริงของธรรมชาติ เขาจึงเป็น นักเรียลลิสม์ บนความเป็น อิมเพรสชั่นนิสม์
 
 
 

                      
                                                          Starry Night (1889)

 
 
      2.
 
      แสงไฟนีออนจากตึกสูง บดบังจนเรามองไม่เห็นดวงดาวหรือเปล่า 
 
     ในยุคที่ทุกผู้นามกำลังสาละวนกับการ 'คิด' ว่าจะดำรงชีพอย่างไร ถึงจะเอาตัวรอด หรือเท่าเทียมกับคนอื่น ล้ำหน้ากว่าคนอื่น .. จะมีใครบ้างหนอ แหงนมองขึ้นไปบนฟ้า เพื่อโหยหาแสงแห่งดวงดารา บางทีกิจกรรมเช่นนี้ อาจเป็นเรื่องพ้นสมัยไปแล้วใช่มั้ย
 
    หรือเรา เฝ้ารอมองดาวสักดวง เพียงเพื่อว่า คืนนั้น "หางของดาว"(ดวงไหนสักดวง) จะโคจรผ่าน เป็นปรากฎการณ์(ทั่วบ้านทั่วเมือง) ที่ต้องรอดู เพราะเราอาจพูดคุยกับ "เพื่อนบ้าน" ไม่รู้เรื่อง
 
 
    ค่ำคืนนี้ไม่มีแสงแห่งค่ำคืน มันทำให้ฉันอยากฟังเพลงที่ได้ยินอยู่นี้ และนึกถึงชื่อเพลงนี้ อีกชื่อ คือ" Starry, Starry night " 
 
 
    วินเซ็นต์ ชอบเขียนจดหมาย การพูดถึงจดหมาย คล้ายเป็นเรื่องที่อยู่ห่างไกลโพ้น ราวกับเรื่องราวในนิทานปรัมปรา ก็เพราะเหตุนี้ ฉันจึงเขียนจดหมายฉบับนี้ถึงเธอ
 
    เพราะฉันเองก็ไม่ต่างจากเธอ ใช่ไหม ที่เวลาเปิดตู้จดหมายก็พบแต่ "เศษกระดาษแจ้งข่าวระบบทุนนิยม" มากกว่า "จดหมายที่นำข่าวสารอันแช่มช้า สื่อสารถึงกัน"  ฉันอยากจะเรียก จดหมายทวงหนี้ และโบรชัวร์จิปาถะด้วยประโยคแรกนี้ เธอว่าดีไหม?

 
     ในจดหมาย 902 ฉบับ ของวินเซ็นต์ ที่ชอบขีดเขียนถึงคนอื่น ซึ่งส่วนมากเป็นจดหมายถึง เธโอ น้องชายผู้อันเป็นที่รักยิ่งของเขา (และคอยช่วยเหลือเขาอยู่ตลอดเวลา)

   นอกจาก เราจะเห็นความคิดภายใต้ภาพเขียนแล้ว เรายังเห็นความรู้สึกของชีวิตบนกองทุกข์และสุข ซึ่งดูเหมือนจะเป็นอย่างแรกเสียมากกว่า เกินจะคณานับคล้ายปริมาณของดาวบนท้องฟ้า ที่มิอาจจะคาดคะเนเป็นจำนวนได้

 
      เมื่อมองดูจักรวาลแห่งค่ำคืน มันทำให้ฉันรู้สึกบ่อยๆ ว่า อันตัวเรานี้สุดแสนจะเล็กกระจ้อยร่อยนัก ปัญหาของเธอและของฉัน ใหญ่โตสักแค่ไหนกันเชียว?
 
    แต่นั้นแหละ การนึกถึงชีวิตว่าจะเป็นอยู่ต่อไปก็เป็นปัญหา ในเมื่อ ขนาดวินเซ็นต์ จะวาดรูปดวงดาวยังมีปัญหาเลยว่าไหม
 
 
   วินเซนต์ได้กล่าวถึงภาพ " ค่ำคืนแห่งดวงด